Monday, August 01, 2005

โลกยุคใหม่กับการสื่อสารไร้พรมแดน


ต้องยอมรับจริงๆว่ายุคนี้การสื่อสารเป็นสิ่งที่ไร้พรมแดน คนทุกมุมโลกสามารถติดต่อสื่อสารกันง่ายๆ จากจอแบนๆแม้แต่ในห้องนอน ผมเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกตื่นเต้นในเรื่องนี้อย่างยิ่ง ย้อนกลับไป10ปีที่แล้ว หลังจากได้แวะไปหาเพื่อนเก่าTONY(พี่กล้วย) ที่บ้านพร้อมกับได้เห็นคอมพิวเตอร์และได้รู้จักกับอินเตอร์เนตพร้อมโปรแกรม ICQ โอ๊ะโอๆ ครั้งแรก ผมรู้สึกตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมากกับการพัฒนาของเทคโนโลยี

หลังจากนั้นไม่นานผมก็มีคอมพิวเตอร์ของตัวเองและไม่ลืมที่จะซื้อโมเด็มเพื่อใช้ในการเล่นอินเตอร์เนต ในช่วงแรกๆของการใช้คอมพิวเตอร์นั้น ผมต้องลงวินโดว์ใหม่ไม่เว้นในแต่ละวัน ทำให้ผมต้องเดินทางแบกคอมไปซ่อมที่ร้านอยู่บ่อยๆ แต่ก็เป็นผลดี ทำให้ผมเริ่มสนใจมากขึ้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์รวมทั้งการลงโปรแกรม เพื่อที่ต่อไปจะได้ลงเอง เมื่อคอมพิวเตอร์มีปัญหา พร้อมทั้งผมยังได้รับคำแนะนำจากคุณลุงซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อ ที่ผมมักจะนำคอมพิวเตอร์ไปให้ท่านซ่อมบ่อยๆว่า การใช้Softwareนั้น ไม่ต้องกลัวที่จะลองใช้ เมื่อมันผิดเราสามารถแก้ไขได้ เมื่อSoftwareเสียอย่างมากเราก็แค่formatมันทิ้งได้ จากนั้นผมจึงเริ่มรู้จักกับคอมพิวเตอร์รวมทั้งใช้งานมากขึ้น จนถูกวันนี้แทบจะขาดกันไม่ได้ทีเดียว

สิ่งนึงที่ผมตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์คืออินเตอร์เนต ซึ่งทำให้เราได้ติดต่อสื่อสารกับผู้คนได้ทั่วโลกไม่ว่าจะที่ใดก็ตาม ทุกวันนี้แม้แต่เพื่อนที่จากไปเรียนเมืองนอกอยู่ห่างกันคนละทิศ เราก็สามารถพูดคุยกันทุกวันได้อย่างสบายๆ มันเป็นสเน่ห์ที่ผมหลงใหลตั้งแต่แรกรู้จัก และมันก็เป็นเหตุผลที่ดีในการคุยกับคนแปลกหน้าที่เราไม่รู้จัก ซึ่งเราไม่สามารถทำได้เวลาเราเดินไปตามท้องถนนทั่วไป บ่อยครั้งที่ผมได้เรียนรู้จากเรื่องไม่เป็นเรื่องนัก ผมเบื่อและไม่ชอบการเรียนในห้องเรียน การเล่นอินเตอร์เนตแชทกับสาวๆจึงเป็น “ข้ออ้าง” ในการเรียนรู้ของผม เมื่อผมลองมองย้อนไปผมมักจะนั่งนึกขำเสมอ ในครั้งแรกๆที่คุยกับคนต่างชาติผ่านหน้าจอเล็กๆในห้องนอน ในขณะที่คนเหล่านั้นคุยกับผมด้วยภาษาของตัวเองอย่างชำนาญ ผมซึ่งเป็นผู้รับข้อมูลกำลังนั่งเปิดดิคชันนารีหาคำศัพท์เหล่านั้นด้วยความกระวนกระวาย พร้อมกับพิมตอบโต้ถูกๆผิดๆ แต่ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้และสนุกกับการเรียนภาษาฝรั่งเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงได้พบมิตรภาพดีๆจากคนหลายๆคนที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เพื่อนบางคนเราได้สื่อสารกันผ่านทางหน้าจอเล็กๆโดยไม่เคยเจอกันจนถึงปัจจุบันนี้ก็เป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังติดต่อกันอยู่ บางคนก็ได้พบเจอกันบางครั้งเนื่องจากความห่างไกลของระยะทาง แต่มิตรภาพดีๆที่ได้รับเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ รวมถึงการเปิดกว้างทางความคิดเนื่องจากได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสิ่งต่างๆ ในมุมมองของคนที่แตกต่างแต่สนใจในเรื่องเดียวกัน

ดูเหมือนว่าการสื่อสารในทุกวันนี้มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ช่วยให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้อย่างรวดเร็วสะดวกและง่ายดาย แม้ประโยชน์ของมันจะมีมากมาย แต่โทษของมันก็มีเช่นกัน ทุกสิ่งจึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้อย่างเราว่าจะเลือกใช้อย่างไร.....

9 comments:

Anonymous said...

แอบเข้ามาอ่านหลายหน โดยใช้กระสาบเป็นทางผ่าน (อีกแล้วนะกระสาบนะ)
....
ดีใจมากที่วันนี้ได้อ่านงานใหม่
และดีใจยิ่งกว่าที่เขียนเรื่องที่คิดตรงกัน
....
สำหรับคนมาอยู่เมืองนอก
อินเตอร์เนตเป็นของสำคัญยิ่งกว่าทีวี
เพราะอินเตอร์เนตสามารถทดแทนทีวี หรือ วิทยุได้ รวมทั้งยังมีชีวิต คือ พูดจากะคนที่อยากพูดได้อีก แถมถ้า "เคย" เป็นคนที่อยากพูด แต่ต่อมาไม่อยากพูดละ ก็ "แอบ" ได้อีก
....
โปรแกรม แมสเซนเจอร์เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์
มีคนบอกว่า คุยกันทางเน็ต สู้คุยกันเห็นตัวเป็นๆไม่ได้
อันนี้ก็ไม่เถียง เพราะแน่นอนว่าเราสามารถจำอากัปกิริยาของคนตรงหน้าได้ ได้ยินโทนเสียง รับรู้อารมณ์ความคิด ในขณะที่เจ้าจอแบนทำไม่ได้ แม้จะมีเวบแคมก็ตาม

แต่ก็เหอะ โปรแกรมแมสเซนเจอร์ ทำให้ทฤษฎี first impression ขลังน้อยลง เปิดโอกาสให้คนมาดไม่ดี มีโอกาสฉายแสงบ้าง
....
ต้องขอบคุณโปรแกรมแมสเซนเจอร์

ทำให้ได้เพื่อนดีๆ คุยถูกคอกันหลายคน
มีทั้งคนที่มีความสนใจเดียวกัน หลังจากการเข้าไปทิ้งคอมเมนต์ในบล๊อกหลายคราจนคุ้นคย

หรือคนที่มีความสนใจต่างกัน ที่เปิดโลกกว้างๆใบใหม่ให้เห็น
ทั้งโลกแห่งการเดินทาง โลกใต้ทะเล โลกดนตรี รวมทั้งโลกแห่งท้องฟ้าใบพัด
จึงหวังว่าบล๊อกนี้จะเป็นอีกที่หนึ่งที่เปิดโลกอีกใบให้สัมผัส
....
ขอทิ้งท้ายเดิมๆ แบบที่ทำมาตลอด เว้น กับคนที่เปิดโลกแห่งการเดินทาง

ด้วยประโยคที่ว่า
....
ขอสมัครเป็นแฟนบล๊อกด้วยคนค่ะ

Lex Luthor said...

ยินดีที่ได้รู้จักครับ รวมทั้งขอขอบคุณที่เข้ามาแวะชม "โลกของผม" ครับ แต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่าบล๊อคผมอัพเดตไม่ค่อยบ่อยนะครับ เนื่องจากขาดวัตถุดิบชั้นดี ที่ผมมักจะอ้างบ่อยๆ :)

kasab71 said...

ฉันเป็นแค่ทางผ่านๆๆๆๆ
ยอมฉันยอมเจ็บปวด
ฮ่าๆๆๆ เห็นฉันเป็นของตายหรือไง

จริงๆว่ะ อ้อม ยอมรับเลยว่า ถ้าพี่กูไม่ได้ไปเรียนออสเตรเลีย กูคงไม่มีคอมใช้ที่บ้าน

แต่ก่อนยอมรับเลยว่า โลว์เทค มาก พิม ก็ใช้วิธีนิ้วจิ้มทีละตัว หากไม่มีคอมไว้ลองใช้ ป่านนี้ก็ยังพิมไม่เก่งเลย

และคงไม่มีโอกาสฟังเพลงดีๆ จาก mp3(ของปลอมด้วย) ของถูก ฉุดไม่อยู่หรอก

สมัยก่อน กูเคยหลง pirch อยู่พักนึง แค่ได้เบอรสาวก็ดีใจว่ะ แต่แค่นั้นนะ แล้วกูก็เลิกเล่น เพราะรู้สึกว่า มาทําอะไรอยู่วะ

แต่เอ็ม เอส เอ็น ต่างกันว่ะ ได้คุยกับคนที่รู้จัก หรือเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกที มันก็ยังดูดีกว่า เหวี่ยงแห แบบมั่วๆแต่ เอ็ม เอส เอ็น หากใช้เป็นโทษ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับpirch เลย(ตามข่าว ที่ทั้งหนุ่มและสาว ถูกปอกลอก เสียทั้งเงินและเสียตัว บางรายเป็นผีก็มี)

เราเลือกจะดื่มยาพิษก็ได้ยาพิษ เลือกจะดื่มของดีๆ ก็จะได้ของดีๆ

แล้วแต่จะเลือกแหละ

Lex Luthor said...

เฮ้ยคมวะ ชอบๆ เลือดกูไหลไม่หยุดเลย

Anonymous said...

ถึง บล๊อกเกอร์
ช่วยด้วยค่ะ มีผ้าก๊อซไหม ดิฉันเลือดไหลไม่หลุด
คอมเมนเตอร์คนนหนึ่งทิ้งคอมเมนต์ไว้คมม๊าก มาก
..ขอบอก...

ถึง ทางผ่าน
เป็นทางผ่านนะ ยังดีกว่า เป็นทางรถนะ
เพลงลูกทุ่งบอกว่า ใจนางเหมือนดั่งทางรถ
ซึ่งแปลว่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ เอียงซ้ายขวา บ่ แน่ บ่ นอน
แต่..ทางผ่าน แปลว่า ทางผ่าน
ผ่านมา ละก้อ ผ่านไป
แต่ก็ยังใช้ทางนี้อยู่นะ
ดังนั้น
จงภูมิใจเถอะที่ได้เป็น..ทางผ่าน..
วะฮ่าฮ่า วะฮ่าฮ่า

Lex Luthor said...

ว่าไปแล้วเราก้น่าจะเรียนคอมเหมือนกัน เสียดาย.. แต่การเรียนไม่มีคำว่าสาย เวลาลงตัวแล้วคงเรียนเกี่ยวกับคอมดีกว่าเรา...

รีดเดอร์ครับ เรียกรถพยาบาลให้แล้วนะครับ อดใจรอสักครู่ ตอนนี้ตำรวจกำลังไล่จับคอมเม้นเต้อผู้นั้นอยู่ครับ ขอหาพกของมีคม

kasab71 said...

ใครบอกผมพกของมีคม
นี่ล่ะ คําพูดเฉือดเฉือนของคุณชวน ฉายา มีดโกนอาบน้ำผึ้ง

สรุปเป็นทางผ่านก็ได้ ฉันยอมๆๆๆๆๆ
ฮ่าๆๆๆๆ

คุณลุง f วิชารักเหรอ กูก็ยังสอบไม่ผ่านว่ะ
ไปลงเรียนมหาลัยอื่นดีไหม

Lex Luthor said...

มุกเยอะทั้งคู่เลยนะ 555 คนพรรคนี้มุกเยอะกันทั้งนั้นเลยนะ แปลกจริงๆทำไมไม่มีแฟน หรือว่าผู้หญิงโลกนี้ตาบอดหมดวะ???

kasab71 said...

มหาลัย มหาหลอก เด็กชายบ้านนอก เด็กหญิงบ้านนา ....

ตั้งใจเรียน ไร้วิชา จนจบออกมายังไม่มีงานทํา

ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ออกเดินๆๆๆ

(พอเหอะว่ะ)