Wednesday, December 14, 2005

After my sun.. set


หลังจากงานศพคุณยาย ดูเหมือนทุกๆอย่างก็เริ่มกลับเข้าสู้สภาวะปรกติอีกครั้ง ผมพยายามทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา ในช่วงงานศพของคุณยาย แม้จะมีน้ำตาออกมาบ้างในวันเผาศพของคุณยาย แต่หลังจากเวลาผ่านไป เมื่อผมคิดถึงคุณยาย ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้ว เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทั้งที่ในใจอยากจะร้องไห้ออกมา แต่ก็ไม่มีน้ำตาที่จะไหลอีกต่อไป เหมือนกับว่าร่างกายเราเข้มแข็งขึ้นและผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความเศร้าโศรกไปแล้ว ผมไม่รู้ว่าควรจะชอบหรือไม่ชอบความรู้สึกนี้ดี ซึ่งมันทำให้ความรู้สึกในตัวค่อนข้างเย็นชากับสิ่งต่างๆรอบตัวมากขึ้น ราวกับว่าการสูญเสียมันเกิดขึ้นตลอดเวลาจนเป็นเรื่องปรกติ โลกในวันนี้และสิ่งต่างๆรอบตัวราบกับมันหม่นหมองลง แม้ในวันที่อากาศดีก็รู้สึกว่ามันดีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ออกจะมีความอ้างว้างเล็กน้อย

แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ดีอย่างนึงก็คือการเห็นญาติพี่น้องที่ไม่ค่อยได้เจอกัน ก็มาหากันบ่อยขึ้น บ้านที่ปรกติอยู่กันอย่างเงียบๆ ก็มีแขกแวะเวียนมาเยี่ยมไม่เว้นแต่ละวัน แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นก็ค่อยๆผ่านไป จนในที่สุดก็เข้าสู่การใช้ชีวิตประจำวันแบบปรกติ

ทุกครั้งที่ผมกลับมาบ้าน รวมถึงออกจากบ้าน เมื่อผมเดินผ่านห้องที่คุณยายเคยนอนอยู่ ผมมักจะมองไปที่เตียงนอนของท่านเสมอ โดยหวังจะได้เห็นท่านนอนอยู่เหมือนในวันเก่าๆ ผมมักจะมองแล้วนึกถึงตอนเมื่อท่านยังอยุ่ เห็นท่านนอนพักผ่อน แต่ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงที่จะไม่มีวันเห็นภาพเหล่านั้นอีกแล้ว เมื่อมองกลับมายังเตียงที่บัดนี้ไม่มีท่านนอนอยู่แล้ว

ครอบครัวเล็กๆของเรา นับวันดูเหมือนจะเล็กลงไปเรื่อยๆ และก็เหงาขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน เมื่อบุคคลในครอบครัวแต่ละท่านค่อยๆจากเราไป เมื่อถึงเวลานี้ก็ยิ่งเป็นสิ่งเตือนใจให้เราใช้เวลาอยู่ครอบครัวให้เยอะๆ เพราะผมไม่อยากจะต้องมารู้สึกเสียดายรวมทั้งต้องการเวลามากขึ้นที่จะอยู่กับครอบครัวอีก แม้ว่าจริงๆแล้ว เวลามีมากเท่าไหร่ผมก็ไม่รู้สึกว่ามันเพียงพอกับการได้อยู่กับคนที่เรารัก

กิจกรรมยามว่างของผมที่ทำในช่วงนี้บ่อยๆก็คือการนั่งเปิดดูรูปคุณยายในคอมพิวเตอร์ที่ได้มาจากกล้องดิจิตอล ซึ่งเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆในโลกของเราช่างเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ รวมทั้งเห็นเป็นรูปธรรมมากจริงๆ ผมยังใช้เวลาในช่วงหลังถ่ายวีดีโอ เวลาคุยกับคุณยายก่อนที่ท่านจะเสียไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการคุยถึงเรื่องในอดีตของยายกับหลาน รวมถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เมื่อย้อนกลับมาดู ช่วยทำให้ผมหายเศร้าได้ดีทีเดียว ผมมักจะปลอบใจคนอื่นเสมอๆ เมื่อใดที่บุคคลอันเป็นที่รักของคนเหล่านั้นได้จากไป ว่าท่านเหล่านั้นไม่ได้จากเราไปหรอก เพียงแต่ท่านจากเพื่ออยู่กับเราตลอดไปต่างหาก อยู่ในความทรงจำและส่วนหนึ่งในความเป็นตัวตนของเรา เมื่อเราคิดถึงท่านก็เพียงแต่มองสิ่งดีๆสิ่งที่มีความสุขที่เราเคยทำรวมกัน รวมถึงนึกถึงตอนที่ท่านยังอยู่ แค่นี้ก็ทำให้สุขใจแล้ว ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่ผมบอกคนอื่นนี้สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ แม้อาจจะช่วยได้ไม่มาก ผมก็หวังว่าเค้าเหล่านั้นจะรู้สึกดีขึ้น

เมื่อผมได้เสียบุคคลอันเป็นที่รัก ผมก็ทำสิ่งที่ผมเคยบอกกับคนเหล่านั้นเช่นกัน รวมกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้มองเห็นหน้าคุณยายในคอมพิวเตอร์ ได้ยินคุณยายพูด โต้ตอบ ช่วยให้ผมคลายความคิดถึงคุณยายได้บ้างทีเดียว

เวลาที่ผ่านมา ทุกๆคืนที่ผ่านไป มันยากมากที่จะข่มตาหลับได้สนิท แต่ทุกอย่างคงต้องใช้เวลา...

1 comment:

kasab71 said...

บางครั้งอาจจะใช้เวลานาน กว่าจะทำใจได้

แต่ก็ขอให้เข็มแข้งว่ะ อ้อม