
หลังจากได้ย้ายเข้ามาทำงานในเมืองกรุง ผมมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ระหว่างที่เดินทางโดยรถไฟใต้ดิน อ่านหนังสือ ซึ่งเป็นการฆ่าเวลาที่ดีอย่างนึงในการเดินทางทีเดียว ล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบไปคือเรื่องBOYหรือชื่อภาษาไทยว่า เด็กชาย โรอัลด์ ดาห์ล ผู้เขียนก็คือโรอัลด์ ดาห์ล นั่นเอง ซึ่งผมบังเอิญเจอรวมทั้งได้ลองอ่านเพียงสอง สามหน้าก็ตัดสินใจซื้อทันที
ช่วงนี้ผมจึงรู้สึก “อิน” กับการอ่านหนังสือรวมทั้งอยากรู้ที่มาที่ไปของนักเขียนเหล่านี้อย่างยิ่ง เนื่องจากหลายวันก่อนอีกเช่นกัน ได้ดูหนังเรื่อง Finding Never Land ที่เป็นการเล่าถึงที่มาที่ไปของบุคคลท่านนึงที่ได้แต่งนิทานเรื่องดังเรื่องนึงของโลกซึ่งผู้ที่เคยผ่านวัยเด็กต้องรู้จักแน่นอน ก็คือเรื่อง ปีเตอร์แพน นั่นเอง ซึ่งเมื่อได้ดูจึงทราบว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ครอบครัวหญิงหม้ายครอบครัวนึง ที่ผู้เป็นแม่กำลังจะจากลูกน้อยทั้งสามไป ผมไม่ทราบว่าเรื่องนี้มาจากเรื่องจริงรึปล่าว แต่ก็นับว่าทำได้ดีทีเดียว
เมื่อดูจบจึงเริ่มรู้สึกอยากรู้ที่มาที่ไปของฮีโร่ในดวงใจผมท่านอื่นๆอีก รวมทั้ง โรอัลด์ ดาห์ล ซึ่งผมเพิ่งได้ไปดูหนังที่มาจากหนังสือในดวงใจผมเรื่อง โรงงานชอคโกแลตมหัศจรรย์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเนื้อเรื่องที่ยอดเยี่ยม รวมถึงความคิดในการถ่ายทอดออกมาแบบประหลาดๆของทิม เบอร์ตั้น รวมทั้งบุคลิกประหลาดๆพิลึกๆของจอนนี่ เดป ที่เป็นคุณวิลลี่ วองก้า ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ(แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่า คุณวิลลี่ วองก้าในแบบของทิม เบอร์ตั้น ค่อนข้างออกไปทางพิลึกๆเหมือนไมเคิล แจคสันมากกว่า) แต่โดยส่วนตัวผมคิดว่า นี่แหละ หนังที่ผมอยากจะเห็น เป็นหนังเพียงไม่กี่เรื่องที่ทำมาจากหนังสือแล้วดูสนุก ตรงตามจินตนาการ
ความรู้สึกในการดูหนังครั้งนี้ เมื่อผมได้เห็นตัวละครในวัยเด็กออกมาโลดแล่น ตามจินตนาการที่ผมคิดไว้ จึงอิ่มเอมไปด้วยความสุขเป็นยิ่งนัก และยิ่งรู้สึกทึ่งเป็นที่สุด เมื่อได้ทราบว่านักเขียนหนังสือเด็กท่านนี้ เป็นคนคนเดียวกับเด็กนอร์เวย์ที่ต้องไปอยู่โรงเรียนประจำที่อังกฤษห่างครอบครัวตั้งแต่เด็ก เป็นหัวหน้ากีฬาหลายประเภทนำทีมโรงเรียนไปแข่งตามที่ต่างๆตั้งแต่อายุเพียงแค่15ปี รักการปลูกต้นไม้ ฟังเพลงคลาสสิค และการดื่มไวน์ อีกทั้งยังได้เริ่มต้นทำงานที่บริษัทเชลล์รวมถึงได้ออกผจญภัยไปในแอฟริกา จากบ้านไปถึง3ปีตั้งแต่อายุ20ต้นๆ
รวมถึงเมื่อเกิดสงครามได้ขับเครื่องบินฝูงบินขับไล่ยิงเครื่องบินข้าศึกตกไปหลายลำ เป็นนักถ่ายภาพมือดีตั้งแต่อายุยังน้อย รวมทั้งยังได้ทำเรื่องบ้าระห่ำหลายๆอย่างระหว่างรบโดยการถ่ายภาพต่างๆ โดยพยายามบินดิ่งลงใกล้พื้นแล้วปล่อยมือออกจากที่บังคับเพื่อที่จะถ่ายรูป(โดยไม่มีนักบินที่สองในเครื่อง) รวมทั้งยังกล้าพอที่จะบินไปยิงปูพรมฐานที่มั่นข้าศึกตอนกลางวันแสกๆโดยมีเครื่องบินติดตามเพียงลำเดียว เมื่อสงครามยุติก็ได้รับตำแหน่งทูตทหารอากาศอังกฤษประจำกรุงวอชิงตัน ดีซีอีก เมื่อผมอ่านจบแล้วจึงค้นพบว่าเรื่องราวชีวิตบุคคลท่านนี้สนุกไม่แพ้นิทานที่แต่งไว้เลย
สิ่งนึงที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้โรอัลด์ ดาห์ลเป็นนักเขียนหนังสือเด็กทีดีคือการเป็นบุคคลที่อ่อนโยน ซึ่งเค้าไม่เห็นด้วยกับการลงโทษเด็กๆด้วยวิธีที่รุนแรง จึงทำให้ไม่ได้รับตำแหน่งหัวหน้านักเรียน เมื่ออยู่ปีการศึกษาสุดท้ายของการเป็นนักเรียน เนื่องจากผู้ใหญ่ในโรงเรียนเกรงว่าจะทำให้เสียประเพณีที่ได้ทำสืบต่อกันมา อีกทั้งยังได้เขียนจดหมายถึงแม่สัปดาห์ละไม่น้อยกว่า1ครั้งตลอด32ปี จนวันที่แม่เสีย หลายๆสิ่งเหล่านี้ได้สร้างบุคคลที่เขียนหนังสือเด็กได้ยอดเยี่ยมคนนึงทีเดียว ถ้าถามผมตอนนี้ว่าอยากจะเป็นอะไร นี่ละที่ผมอยากจะเป็น...
3 comments:
เหมือนกันครับ เวลาเดินทางไปรถไฟฟ้าใต้ดิน ผมมักจะเอาหนังสือ ไปอ่านทุกครั้ง หากไม่อ่านก้คือหลับ เป้นการฆ่าเวลาได้ดีมากเลย
ดูหนังอีกแล้ว อ้อม .....
จะไปดูกับใครหว่า ไม่ชอบไปดูคนเดียวซะด้วย
สงสัยต้มยํากุ้งออกโรงแน่เลย ฮ่าๆๆๆ
ถ้ามีเวลาไปดูให้ได้นะตังเก สนุกดี
ใจตรงกันเลย เขียนพอดี
Post a Comment